วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

 


ชื่อวิทยานิพนธ์   ปัจจัยคัดสรรทางจิตวิทยาในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อความเครียดของพยาบาลวิชาชีพ
                           แผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลตำรวจ
เลขทะเบียน          245
ชื่อผู้วิจัย            ด.ต.หญิงนิรมล แสงสวัสดิ์
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2554
สถาบันวิจัย     มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต
บทคัดย่อ          
            การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา (Descriptive Research) เรื่อง ปัจจัยคัดสรรทางจิตวิทยาในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อความเครียดของพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลตำรวจ มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาความเครียดและระดับความเครียดของพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลตำรวจ (2) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรรทางจิตวิทยาในการปฏิบัติงานกับความเครียดของพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลตำรวจ (3) เพื่อศึกษาปัจจัยคัดสรรทางจิตวิทยาในการปฏิบัติงานที่ส่งผลต่อความเครียดของพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลตำรวจ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นพยาบาลวิชาชีพแผนกผู้ป่วยนอก ที่เป็นบุคลากรสังกัดโรงพยาบาลตำรวจ จำนวน 76 คน ที่ปฏิบัติงานในปี 2555 โดยการเก็บข้อมูลในระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2555 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบวัดทางจิตวิทยา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ Pearson และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ

 


ชื่อวิทยานิพนธ์   ความเครียดจากการใช้บริการในสำนักหอสมุดกลาง ของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
เลขทะเบียน          224
ชื่อผู้วิจัย            นางสาวนิรมล ชอุ่ม
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2544
สถาบันวิจัย     มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
บทคัดย่อ          
            การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาความเครียดจาการใช้บริการในสำนักหอสมุดกลาง ของนิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และเปรียบเทียบความเครียดจากการใช้บริการ จำแนกตามเพศ คณะวิชา ระดับชั้นปี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และความถี่ในการใช้บริการ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนิสิตระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2543 จำนวน 365 คน โดยใช้วิธีสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรม SPSS/PC+ คำนวณหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมุติฐานโดยใช้ค่า T-test และค่า F-test

 

ชื่อวิทยานิพนธ์   สมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหน่วยตรวจสวนหัวใจ
เลขทะเบียน          223
ชื่อผู้วิจัย            พ.ต.ท.หญิง ปัทมา พีระพันธุ์
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2551
สถาบันวิจัย     มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
บทคัดย่อ          
การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงพรรณนา มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะที่พึงประสงค์ของพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหน่วย ตรวจสวนหัวใจ โดยใช้เทคนิคเดลฟาย
กลุ่มตัวอย่างคือ เชี่ยวชาญทางการพยาบาลและการแพทย์ จำนวน 24 ท่าน เก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 3 รอบ รอบที่ 1 สอบถามผู้เชี่ยวชาญโดยการใช้แบบสอบถามปลายเปิด นำข้อมูลที่ได้จากการตอบแบบสอบถามผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ สร้างเป็นแบบสอบถามชนิดมาตราส่วนประเมินค่า เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญให้ความคิดเห็น รอบที่ 2 และรอบที่ 3 ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณหาค่า มัธยฐาน ฐานนิยม และค่าพิสัยระหว่างควอไทล์

 

ชื่อวิทยานิพนธ์   ประสบการณ์การมีชีวิตอยู่กับโรคพาร์กินสันของผู้สูงอายุไทย
เลขทะเบียน          222
ชื่อผู้วิจัย            พ.ต.ท.หญิง ชลดา ดิษรัชกิจ
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2552
สถาบันวิจัย     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทคัดย่อ          
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้วิธีวิจัยตามแนวคิดปรากฏการณ์วิทยาของ Husserl มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรยายความหมายและประสบการณ์การมีชีวิตอยู่กับโรคพาร์กินสันของผู้สูงอายุไทย ผู้ให้ข้อมูลหลักในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้สูงอายุไทยที่เป็นโรคพาร์กินสัน จำนวน 23 ราย เก็บรวบรวมข้อมูล โดยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก และการบันทึกเทป นำข้อมูลที่ได้มา มาถอดความแบบคำต่อคำ วิเคราะห์ข้อมูลตามวิถีการของ Colaizzi
ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุไทย ให้ความหมายการมีชีวิตอยู่กับโรคพาร์กินสัน ว่าเป็นการมีชีวิตที่ต้องเผชิญกับโลกที่มีอาการไม่แน่นอน เกิดอาการขึ้นได้ทุกขณะ ไม่สามารถควบคุมอาการได้ และเป็นชีวิตที่ต้องอยู่กับโลกที่ทำให้ชีวิตไร้ค่า คุณค่าของตนเองลดลง เป็นปมด้อย และ เป็นภาระกับผู้อื่น


 
ชื่อวิทยานิพนธ์   ปัจจัยทำนายภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ารับการรักษาใน
                           หอผู้ป่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์
เลขทะเบียน          221
ชื่อผู้วิจัย            นางสาวจินตนา สินธุสุวรรณ์
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2551
สถาบันวิจัย     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทคัดย่อ          
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยคัดสรร ได้แก่ ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ภาวะอิเล็กโตรไลต์  ความรุนแรงของโรค การใช้ยาหลายชนิด การถูกจำกัดการเคลื่อนไหว และการรับรู้ทางเชาว์ปัญญา กับภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ และศึกษาปัจจัยทำนายภาวะสับสนเฉียบพลันในผู้ป่วยสูงอายุที่เข้ารับการรักษาในผู้ป่วยศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยสูงอายุ ซึ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคทางศัลยกรรมออร์โธปิดิกส์ ที่เข้ารับการรักษาในแผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลรัฐ เขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 120 คน โดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจงเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน แบบวัดความรุนแรงของโรค แบบประเมินการรับรู้ทางเชาว์ปัญญา และแบบประเมินภาวะสับสนฉับพลันในผู้ป่วยสูงอายุ ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ หาความเที่ยง โดยวิธีสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค มีความเที่ยงเท่ากับ .80, .78, .84 และ .70 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน แล้วสถิติวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
 

ชื่อวิทยานิพนธ์   ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความทนทาน การสื่อสารระหว่างบุคคลกับความสามารถ
                           ในการจัดการบุคลากรที่ยุ่งยากของหัวหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร
เลขทะเบียน          219
ชื่อผู้วิจัย            พ.ต.ท.หญิง ปิยมน สุนทราภา
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2544
สถาบันวิจัย     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทคัดย่อ          
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการจัดบุคลากร ที่ยุ่งยากของหัวหน้าหอผู้ป่วยโรงพยาบาลรัฐ กรุงเทพมหานคร และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความทนทาน การสื่อสารระหว่างบุคคล กับความสามารถในการจัดการบุคลากรที่ยุ่งยาก ของหัวหน้าหอผู้ป่วย และศึกษาปัจจัยที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ความสามารถในการจัดบุคลากรที่ยุ่งยากของหัวหน้าหอผู้ป่วย กลุ่มตัวอย่างคือหัวหน้าหอผู้ป่วย โรงพยาบาลรัฐกรุงเทพมหานคร จำนวน 215 คนวัดได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอนเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความทนทาน แบบสอบถามการสื่อสารระหว่างบุคคลวรรค และแบบสอบถามความสามารถในการจัดการบุคลากรที่ยุ่งยากของหัวหน้าต่อผู้ป่วย ซึ่งได้ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาแล้ว และวิเคราะห์ความเที่ยงการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค มีค่าเท่ากับ .87 .90 และ .70 ตามลำดับวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณแบบเป็นขั้นตอน

 

ชื่อวิทยานิพนธ์   การวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรมการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ
โดยใช้ระบบต้นทุนกิจกรรม โรงพยาบาลตำรวจ
เลขทะเบียน          218
ชื่อผู้วิจัย            พ.ต.อ.หญิง สุขรัตน์ มูลสาคร
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2551
สถาบันวิจัย     มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
บทคัดย่อ          

การวิจัยเชิงพรรณนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาต้นทุนกิจกรรมการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจโรงพยาบาลตำรวจโดยรวม ระยะก่อนผ่าตัด ระยะผ่าตัด และระยะหลังผ่าตัด และ (2) ศึกษาสัดส่วนต้นทุนกิจกรรมการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจกับค่าบริการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจที่โรงพยาบาลตำรวจกำหนด กลุ่มตัวอย่างเป็นกิจกรรมการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงเบนหลอดเลือดหัวใจจำนวน 12 คน ผู้ให้ข้อมูลคือพยาบาลห้องผ่าตัดหัวใจจำนวน 9 คน การวิเคราะห์ต้นทุนกิจกรรมการพยาบาลทางตรงของผู้ป่วยผ่าตัดทำการเบี่ยงเบนหลอดเลือดหัวใจ ครั้งนี้ใช้ระบบต้นทุนกิจกรรม. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูล 8 ชุด พจนานุกรมกิจกรรมการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ และ นาฬิกาจับเวลา เครื่องมือที่สร้างขึ้นผ่านการตรวจความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ มีค่าความเที่ยงจากการสังเกตตามแบบบันทึกกิจกรรมการพยาบาล 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนา
 


ชื่อวิทยานิพนธ์   ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาล
                           วิชาชีพ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
เลขทะเบียน          217
ชื่อผู้วิจัย            พ.ต.ท.หญิง เมตตา ชัยสิรสกุล
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2551
สถาบันวิจัย     มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
บทคัดย่อ          
การวิจัยเชิงพรรณนา ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาระดับวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ตามการรับรู้ของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลในสังกัด กระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (2) ศึกษาระดับความยึดมั่น ผูกพันต่อองการของพยาบาลวิชาชีพ และ (3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์กับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาชีพ
กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาล สังกัดกระทรวงกลาโหมและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำนวน 313 คน ซึ่งได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนที่ 2 แบบสอบถามวัฒนธรรมองค์การเชิงสร้างสรรค์ และส่วนที่ 3 แบบสอบถามความยึดมั่นผูกพันต่อองค์การของพยาบาลวิชาชีพ แบบสอบถามผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และ วิเคราะห์หาความเที่ยงของแบบสอบถาม ส่วนที่ 2 และส่วนที่ 3 ได้ เท่ากับ 0.92 และ 0.94 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสั่งประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน

 


ชื่อวิทยานิพนธ์   ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บุคลิกภาพ คุณค่าในตน กับความสุขในการทำงานของ
                           พยาบาลประจำการ หน่วยอภิบาลผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลรัฐในกรุงเทพมหานคร
เลขทะเบียน          215
ชื่อผู้วิจัย            นางสาวศิริพันธ์ สอนสุทธิ์
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2552
สถาบันวิจัย     จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทคัดย่อ          
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสุขในการทำงานของพยาบาลประจำการ หน่วยอภิบาลผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลรัฐ ในกรุงเทพมหานคร แล้วศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล บุคลิกภาพคุณค่าในตน กับความสุขในการทำงานของพยาบาลประจำการ หน่วยอภิบาลผู้ป่วยหนัก ตลอดจนศึกษาตัวแปร ที่สามารถร่วมกันพยากรณ์ความสุขในการทำงานของพยาบาลประจำการ กลุ่มตัวอย่างเป็นพยาบาลประจำการที่ปฏิบัติงานในหน่วยอภิบาลผู้ป่วยหนัก โรงพยาบาลรัฐ ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 315 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ประกอบด้วย แบบสอบถามปัจจัยส่วนบุคคล บุคลิกภาพ คุณค่าในตน และความสุขในการทำงานของพยาบาลประจำการ หน่วยอภิยาลผู้ป่วยหนัก ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงตามเนื้อหา และหาความเที่ยงได้เท่ากับ .92, .90 และ .90 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์การจรณ์ ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียรสัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน

 

ชื่อวิทยานิพนธ์   ปัจจัยทำนายสภาวะเท้าของผู้เป็นเบาหวานที่มารับการรักษา ณ โรงพยาบาลตำรวจ
เลขทะเบียน          213
ชื่อผู้วิจัย            ปริญญา เรืองโรจน์
วันเดือนปีที่ทำวิจัยสำเร็จ    2552
สถาบันวิจัย     มหาวิทยาลัยบูรพา
บทคัดย่อ          
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนาเพื่อศึกษาพฤติกรรมการดูแลเท้า สภาวะเท้า และปัจจัยทำนายสภาวะเท้าของผู้เป็นเบาหวาน ได้แก่ ระยะเวลาการป่วยเป็นโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbAIc) ระดับไขมันในเลือดชนิดความหนาแน่นต่ำ (LDL) ประสบการณ์การเกิดแผลที่เท้า การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการดูแลเท้าเท้า กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้เป็นเบาหวานที่มารับบริการตรวจรักษา ณ หน่วยคลินิกเบาหวานแผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลตำรวจ จำนวน 120 ราย คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามคุณสมบัติที่กำหนด และวิธีการสุ่มแบบง่าย เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินสภาวะเท้า แบบบันทึกข้อมูลส่วนบุคคล แบบบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วย และแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลเท้าของผู้เป็นเบาหวาน โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่าครอนบาค ของแบบสอบถามพฤติกรรมการดูแลเท้าของผู้เป็นเบาหวาน เท่ากับ .82 วิเคราะห์ข้อมูลโดยหา ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ